สนามบินบาหลีระบายผู้โดยสารตกค้างจากเหตุภูเขาไฟปะทุ

สนามบินบาหลีระบายผู้โดยสารตกค้างจากเหตุภูเขาไฟปะทุ
นักท่องเที่ยวจำนวนมากทยอยโดยสารเที่ยวบินออกจากสนามบินหลักบนเกาะบาหลี ซึ่งเปิดให้บริการเมื่อช่วงบ่ายวันพุธที่ผ่านมา หลังต้องปิดไปนาน 3 วัน จากสถานการณ์ของภูเขาไฟ “อากุง”

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเดนปาซาร์ ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 30 พ.ย.ว่าสายการบินทุกแห่งที่ให้บริการระหว่างท่าอากาศยานนานาชาติงูระไรห์ ซึ่งเป็นสนามบินหลักของเกาะบาหลี ทยอยกลับมาให้บริการเที่ยวบินทั้งขาเข้าและขาออก หลังสนามบินสามารถกลับมาให้บริการเต็มรูปแบบได้เมื่อช่วงบ่ายของวันพุธตามเวลาท้องถิ่น หลังการบริหารทั้งหมดจำเป็นต้องหยุดขะงักนานถึง 72 ชั่วโมง โดยเป็นผลจากกลุ่มควันและเถ้าถ่านที่ลอยมาจากภูเขาไฟอากุง ซึ่งปะทุอย่างหนักตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
 

ทั้งนี้ การให้บริการได้อีกครั้งของสนามบินหลักบนเกาะบาหลีเพิ่มความหวังให้แก่นักท่องเที่ยวราว 120,000 คน ซึ่งตกต้างอยู่ที่นี่ตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา ในการได้เดินทางกลับประเทศหรือต่อไปยังจุดหมายอื่นตามตารางการเดินทางของตัวเอง แม้สายการบินยังคงต้องปรับเวลาของตารางบินในบางเส้นทาง ขณะที่มีรายงานว่าท่าอากาศยานนานาชาติลอมบอก ที่อยู่ทางตะวันออกของเกาะบาหลี จำเป็นต้องระงับให้บริการในวันนี้ เนื่องจากกลุ่มควันและเถ้าถ่านจากภูเขาไฟอากุงลอยผ่านเข้ามา
 

ด้านรายงานของสำนักงานภูเขาไฟวิทยาของอินโดนีเซียระบุว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกแห่งยังคงเห็นควรให้คงระดับการเตือนภัยไว้ที่ “สีแดง” ซึ่งเป็นขั้นที่ 4 หรือระดับสูงสุด เนื่องจากยังคงมีแนวโน้มสูงที่ภูเขาไฟอากุงจะระเบิดอย่างรุนแรง แต่ยังไม่สามารถคาการณ์ได้ว่าเหตุการณ์นั้นจะเกิดขึ้นเมื่อใด หลังปะทุอย่างรุนแรงครั้งล่าสุดเมื่อปี 2506 และคร่าชีวิตประชาชนมากกว่า 1,000 คน โดยการเตือนภัยขั้นสูงสุดสำหรับภูเขาไฟอากุงมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ต้องมีการอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงหรือในรัศมี 10 กิโลเมตรจากศูนย์กลางของภูเขาไฟ มากถึง 100,000 คน.

 

ขอบคุณข้อมูล จาก เดลินิวส์

This article was written by admin